Thai
Soil Cement Blocks (TSCB) หรือ Suwannakam.com
ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ ในการส่งเสริมให้ดำเนินการวิสาหกิจชุมชน
ในการผลิตอิฐบล็อคประสาน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ของเยอรมัน
มาประยุกต์ใช้ในการผลิตวัสดุก่อสร้างให้เหมาะสมกับกับประเทศไทย
โดยเน้นการนำวัสดุภายในท้องถิ่นมาใช้ให้เป็นประโยชน์และให้คุ้มค่ามากที่สุด
เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในท้องถิ่นนั้น
นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับมตารฐานะที่อยู่อาศัยของชุมชนอีกทางหนึ่ง
อิฐบล็อคประสานทำมาจาก ดินลูกรัง ทราย และนำมาผสมกับปูนซิเมนต์พอร์ตแลนด์กับน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม
แล้วนำมาอัดเป็นก้อนด้วยเครื่องอัดอิฐบล็อคประสานด้วยมือ
หรือแบบระบบไฮโครลิกกำลังสูง เมื่อได้อิฐบล็อคสำเร็จรูปออกมา
ก็นำมาผึ่งลมและแดด และหล่อเลี้ยงด้วยน้ำเป็นช่วง
ๆ เก็บไว้ประมาณ 10 - 15 วัน เนื้ออิฐจะจัดตัวกันแน่น
จนมีความแข็งแกร่ง
|

คุณมานะ สุวรรณคำ
ผู้ก่อตั้งกิจการ |
อิฐบล็อกประสานของ
Thai Soil Cement Blocks (TSCB) หรือ
Suwannakam.com ของเรา ผลิตแบบมีมาตรฐานตามกรมส่งเสริมส่งเสริมอุตสาหกรม
ทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องอัตราส่วนผสมของการผลิต
เป็นอิฐบล็อคประสานที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ
ไม่ต้องฉาบปูนหรือทาสี มีความแข็งแกร่งทนทาน
สามารถนำมาก่อเป็นผนัง รับน้ำหนักได้
(ใช้แทนเสาบ้าน) ก่อสร้างไ้ด้ง่าย
สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องใช้ช่างฝีมือสูงในการก่อสร้าง
สามารถนำไปสร้าง อาคาร สำนักงาน บ้านพักอาศัย
ศาลา ซุ้มประตู รั้ว ป้อมยาม ป้อมตำรวจ
เรือนพัก ร้านค้า ห้องนำ้ สระน้ำ
กระถางต้นไม้ อาคารนิทรรศการ อาคารลักษณะต่าง
ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปตกแต่งสวนได้อย่างสวยงามอีกด้วย
เช่น สวนญี่ปุ่น สวนหิน หรือ น้ำตกในสวน
สิ่งหนึ่งที่อิฐบล็อคประสานมีความได้เปรียบ
วัสดุก่อสร้างชนิดอื่น ๆ ในประเภทเดียวกัน
คืน การลดอุณหภูมิภายในสถานที่ก่อสร้าง
ช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าได้ส่วนหนี่ง
เพราะความหนาของอิฐบล็อคประสาน ประมาณ
5 นิ้ว และน้ำหนักประมาณ 5 - 7 กิโลกรัม
จึงทำให้ควา้มร้อนจากแสงแดดระบายความร้อนออกมาอีกด้านหนึ่งน้อยมาก
|
|

ออกแบบโดย คุณมานะ สุวรรณคำ |
อิฐบล็อคประสาน
(Inter Locking Block)
เบล็อกดินซีเมนต์
ทางเลือกใหม่เพื่อวัสดุก่อสร้าง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งประเทศไทย (วท.) ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาวัสดุทดแทนไม้
เพื่อการก่อสร้างอาคารในชนบท ดินซีเมนต์เป็นวัสดุก่อสร้างชนิดหนึ่งที่
(วท.) โดยการนำดินผสมกับน้ำและปูนซีเมนต์
ได้พัฒนาและเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างอาคารประเภทต่างๆ
อย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2510
รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 30 ปี จนกระทั่งก่อเกิดอุตสาหกรรมการผลิตขึ้นภายในหมู่บ้านและชุมชน
และช่วยลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรอันมีค่าของประเทศไทย
1. |
ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นมีความแข็งแรงและทนทาน |
2. |
มีความสวยงามตามธรรมชาติไม่ต้องทาสี
|
3. |
ช่วยในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยลดการตัดไม้ทำลายป่า
เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้าง |
4. |
ประหยัดราคาในการก่อสร้างโดยใช้แรงงานในท้องถิ่น |
5. |
ก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว |
6. |
สร้างงานและอาชีพเสริมให้แก่ประชาชนในชนบท |
|

อิฐบล็อกประสานแบบก่อตรงแบบไม่มีหลุม
(วางวงกบ)
ทำหน้าที่ก่อรับวงกบและปิดคานบนผนัง
โดยจะประกอบไปด้วย แบบก่อตรง 2 ร่อง
แบบก่อตรง 1 ร่อง และแบบก่อตรงไม่มีร่อง
โดยจะมีขนาดกว้าง 12.5Cm ยาว 25Cm
และสูง 10 Cm |

อ.มวกเหล็ก
มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทุกฤดูกาล
|

อิฐบล็อกประสานแบบก่อตรงแบบมีหลุม
(วางวงกบ)
ทำหน้าที่ก่อรับวงกบและปิดคานบนผนัง
โดยจะประกอบไปด้วย แบบก่อตรง 2 ร่อง
แบบก่อตรง 1 ร่อง และแบบก่อตรงไม่มีร่อง
โดยจะมีขนาดกว้าง 12.5Cm ยาว 25Cm
และสูง 10 Cm |
|
คุณลักษณะของเทคโนโลยีดินซีเมนต์
 ดินซีเมนต์คือส่วนผสมของดินรัง
ซึ่งเป็นดินปนทรายชนิดหนึ่ง และมีอยู่ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย
โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำมาผสมกับปูนซีเมนต์และน้ำ
คลุกเคล้าเป็นเนื้อเดียวกัน ตามอัตราที่กำหนดภายใต้ความชื้นพอเหมาะ
นำไปใช้ประโยชน์โดยการบดอัดให้ได้ความหนาแน่นที่ต้องการ
เช่นในการทำถนน หรือใช้เครื่องบดอัดเพื่อให้เป็นก้อน
เป็นบล็อกใช้งานก่อสร้างต่างๆ เช่นใช้ก่อผนังรับน้ำหนักของตัวอาคาร
แทนการใช้เสาหรือคาน ก่อเป็นถังเก็บน้ำ
คุณสมบัติที่สำคัญของดินที่ใช้ทำซีเมนต์
คุณสมบัติทางเคมีแระกอบด้วย
1.
ซิลิก้า 75-85 %
2.
เหล็กอ๊อกไซน์ 1.5-3.5%
3.
อะลูมินา 8-12 %
4.
การสูญเสียน้ำหนักสำหรับการเผา%<_5%
คุณสมบัติทางกายภาพ
1.
ความชื้น 1.5-2.0 %(เมื่อตัวอย่างดินเผาผ่าน
การอบแห้งที่อุณหภูมิ 110 บวกลบ
5 องศาเซลเซียส
2.
ปริมาณความชื้น 4.0-6.0% (เมื่อตัวอย่างดิน
เผาผ่านการตากแห้ง ในอากาศ)
การหดตัวทางความยาวน้อยกว่าหรือติดลบ 1
%
3.
ค่าดรรชนีพิกัดความยืดหยุ่น non-plastic
|
รูปแบบบล็อกที่นิยมผลิตบล็อกประสานหรือบล็อก
(Interlocking Block) หรือบล็อกพัฒนา
ดินที่นำมาทำบล็อกประสานแล้วผ่านการทดสอบจนเป็นที่ยอมรับนั้นคือดินลูกรัง
หินชนวนผุ ศิลาแลง
สลายตัว และหินฝุ่น
1. บล็อกตรงหรือบล็อกสี่เหลี่ยมใช้สำหรับก่อสร้างอาคาร
ขนาดเต็มก้อน 12.5x25x10 ซม.ขนาดครึ่งก้อนขนาด
12.5x12.5x10 ซม.
2. บล็อกโค้งสำหรับสร้างถังเก็บน้ำ ขนาด 15x30x15
ซม. |
อุปกรณ์ในการผลิต
เครื่องอัดอิฐบล็อคประสาน
1.
เครื่องอัดต้นฉบับ เป็นเครื่องบดอัดบล็อกดินซีเมนต์รุ่นแรก
เรียกว่าเครื่อง ซินวาแรม (Cinva-Ram) สามารถผลิตบล็อกทรงสี่เหลี่ยมผิวเรียบทั้ง
6 ด้าน ในครั้งละ 1 ก้อน ใช้แรงงานคนในการอัด
บล็อกที่ได้ นำไปก่อสร้างเป็นผนัง(ประเภทรับน้ำหนัก)
วิธีการก่อสร้างต้องใช้ปูนก่ออิฐที่เห็นอยู่ทั่วไป
2.
เครื่องบดอักบล็อกแบบประสาน เครื่องบดอัดบล็อกแบบประสานนี้ได้ดัดแปลงมาจากเครื่องซินวาแรม
ซึ่งเป็นเครื่องบดอัดดินแบบเม ด้วยการเพิ่มเติมลูกสูบ
หรือกระบอกอัดเป็นสองลูกเพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานทั้งก้อน
และได้พัฒนารูปแบบก้อนอิฐทรงสีเหลี่ยมให้มีเดือยบนตัวบล็อก
เพื่อการประสานและการยึดตัวเวลาก่อ มีรูตรงกลางสำหรับเสียบเหล็ก
การอัดคงยังใช้แรงงานเป็นหลังอัดได้ครั้งละ
1 ก้อน
3.
เครื่องอัดบล็อกประสานแบบระบบสั่น วท. ได้มาจากการดัดแปลงเครื่องอัดบล็อกแบบประสาน
ทำให้สามรถผลิตได้ครั้งละ 2 ก้อน เปลี่ยนจากการผลิตด้วยคนเป็นการอัดระบบสั่นด้วยมอเตอร์
และได้พัฒนาเครื่องช่วยเพิ่มกำลังอัด ให้สูงขึ้นสามารถปรับเปลี่ยนวัสดุที่นำทำบล็อกได้หลายชนิด
|

อิฐบล็อกประสานแบบก่อตรง
ทำหน้าที่ก่อผนังตรง โดยจะประกอบไปด้วย
แบบก่อตรง 2 ร่อง แบบก่อตรง 1 ร่อง
และแบบก่อตรงไม่มีร่อง โดยจะมีขนาดกว้าง
12.5Cm ยาว 25Cm และสูง 10 Cm
|
|
เครื่องอัดบล็อกประสานไฮโดรลิก
จากการที่ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อกซีเมนต์
ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเป็นที่นิยมในชนบท
เพราะเป็นการง่ายต่อการผลิตและการก่อสร้าง
ข้อแนะนำ
ดินซีเมนต์ที่นำมาใช้ในงานก่อสร้างที่พักอาศัยนั้น
ได้ผลดีคือมีความคงทนถาวร สวยงาม
ราคาถูก
มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในชนบท
|

อิฐบล็อกประสานแบบก่อตรงครึ่งก้อน
ทำหน้าที่ก่อผนังตรงระหว่างมุมของผนัง
โดยจะประกอบไปด้วย แบบก่อตรงครึ่งก้อน
1 ร่อง แบบก่อตรงครึ่งก้อน 2 ร่อง
และ แบบก่อตรงไม่มีร่อง โดยจะมีขนาดกว้าง
12.5Cm
ยาว 12.5Cm และสูง 10 Cm
|

เครื่องอัดอิฐบล็อกประสานแบบใช้มือโยก
|
| แหล่งข้อมูล
 ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของ
วท. จากประสบการณ์ตลอดเวลา 30 ปี ทำให้ศักยภาพความพร้อมในการดำเนินให้บริการครบวงจรเกี่ยวกับดินซีเมนต์แก่ผู้ที่สนใจดังนี้
1. ให้บริการที่ปรึกษา
2. การออกแบบและวางแผนโครงการ
3. การบริหารและการจัดการก่อสร้าง
4. การควบคุมการผลิตและการจัดการโรงงาน
5. การทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
6. การบริการฝึกอบรม
รายละเอียดการติดต่อ
สถาบันวิจัยเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วท.)
0-2579-1121-30
196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
ซึ่งอยู่ติดกับกรมป่าไม้หรือโทรมาที่
0-2579-1121-30
คุณมานะ สุวรรณคำ
Thai Soil Cement Blocks (TSCB) Company
60 หมู่ 2 ตำบลมิตรภาพ
อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 18180
โทรศัพท์สำนักงาน 036-341-590
โทรศัพท์มือถือ 09-140-2611, 08-117-45698
โทรสาร 036-341-590
อีเมล์ mana@suwannakam.com, Mana_su@yahoo.com
| วิธีการก่อสร้างอาคารด้วยบล็อกประสาน |
1. |
ขุดดินเทฐานหรือคาน
คสล.ตามแนวผนังที่จะก่อ |
2. |
นำบล็อกวาง เพื่อวัดความกว้างยาวของอาคารปรับระยะให้พอดีกับขนาดของบล็อก
โดยเพิ่มทีละก้อนหรือครึ่งก้อนเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดบล็อก
|
3. |
ก่อบล็อกแถวแรกด้วยปูนทราย เพื่อทำระดับผิวหน้าให้เท่ากันในแนวระนาบ
ใช้ปูนทรายปรับระดับ (ปูนซีเมนต์
: ทราย = 1:3 โดยน้ำหนัก) |
4. |
วางทับซ้อนกันครั้งละประมาณ 10
แถว จึงหยอดน้ำปูนผสมทรายละเอียดที่มีลักษณะเป็นครีมเหลว
ลงในรูปบล็อกทุกรูให้เต็ม (ปูนซีเมนต์
: ทราย = 1: 2 โดยน้ำหนัก)
สำหรับบริเวณที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ
เช่น บริเวณมุมห้อง เสา หรือจุดทั้งโครงสร้าง
ความเสริมเหล็ก 6 มม.ไว้เพื่อยึดอะเสหรือโครงสร้างหลังคา
|
5. |
เมื่อก่อครบจำนวนแถว (ประมาณ 30
แถว)จึงวางอะเส วางโครงสร้างหลังคามุงหลังคาซึ่งปกติจะใช้โครงเหล็กไม้หรือคอนกรีต
|
|
| วิธีผสมปูนหยอด |
1. |
ร่อนทรายละเอียดผสมปูนซีเมนต์
อัตราส่วน ปูนซีเมนต์ : ทราย = 1:2
โดยน้ำหนัก |
2. |
ผสมน้ำจนเหลวเป็นครีมโดยที่น้ำไม่แยกชั้นกับเนื้อปูนทราย
และมีความสามารถในการไหลได้ดี |
3. |
ใส่น้ำปูนในถังฝักบัวที่ถอดหัวฝักบัวออก
ก่อนหยอดน้ำปูนควรกรอกน้ำลงในรูที่บล็อกชุ่มน้ำ
และกรอกน้ำปูนลงในรูบล็อกให้เต็มทุกรูอย่าให้ล้น |
4. |
ในกรณีที่น้ำปูนรั่ว ให้ใช้ทรายแห้งกำใส่มือหรือใช้ฟองน้ำบิดให้หมาด
อุดบริเวณที่รั่วทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที
|
5. |
ทำความสะอาดผนังในจุดที่เปื้อนปูน
โดยใช้น้ำล้างหรือฟองน้ำ ชุบน้ำเช็ด
ก่อนที่น้ำปูนจะแห้งติดผนัง |
|

อิฐบล็อกประสานแบบก่อตรง |
|
| ข้อดีของอาคารที่สร้างด้วยบล็อกประสาน |
1. |
ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น
มีความแข็งแรง ทนทาน |
2. |
ก่อสร้างง่าย รวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ทั้งเสา
ไม้แบบ และการฉาบปูน |
3. |
ประหยัดราคาในการก่อสร้างเพราะลดเวลาและค่าแรงงานในการก่อสร้าง
|
4. |
มีความสวยงามตามธรรมชาติโดยไม่ต้องทาสี |
5. |
สร้างงานและอาชีพเสริมให้แก่ประชาชนในชนบท |
6. |
ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยการลดการตัดไม้ทำลายป่า
เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้าง |
| |
* ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.blockprasan.com
|
 |
ขั้นตอนการผลิต |

 |
บทความเกี่ยวกับการดัดแปลงวัตถุดิบการผลิตอิฐบล็อคประสาน |
ผลิตอิฐบล็อกประสานทำจากดินลูกรัง
ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อย
การผลิตอิฐบล็อกประสานทำจากดินลูกรัง ซึ่งให้ความคงทนแข็งแรงในงานก่อสร้างทุกชนิด
รวมทั้งใช้ทำถังเก็บน้ำที่ให้ความเย็นอยู่ในตัวตามขนาดที่ต้องการ
เป็นดินลูกรังที่มีอยู่ในศูนย์แห่งนี้เช่นกัน
วิธีการทำ คือ นำดินลูกรังเข้าเครื่องบดให้เป็นผง
จากนั้นนำดินลูกรังที่ผ่านการบดจนละเอียด
น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ผสมกับทรายแม่น้ำที่มีความละเอียด
และปูนซีเมนต์ อย่างละ 10 กิโลกรัม นำเข้าเครื่องปั่นผสมทั้ง
3 ส่วน ให้เข้ากันจนได้ที่ นำดินที่ผ่านการผสมใส่ลงในแบบ
ซึ่งที่ศูนย์ใช้แม่แบบเป็นเหล็กบีบอัดด้วยคันโยก
หลังการบีบอัดจนขึ้นรูปตามที่ต้องการ ให้นำอิฐไปตากแดดจนแห้งสนิทประมาณ
1-2 วัน ก็ได้อิฐบล็อกประสานที่มีความคงทน
สามารถรองรับปริมาณการกดทับตามมาตรฐานที่นำไปใช้งานกับการก่อสร้างได้ทุกชนิด
ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อย
มีแม่แบบใช้ผลิตอิฐบล็อก จำนวน 2 แบบ คือ
ใช้กับงานก่อสร้างที่พักอาศัย ราคาจำหน่ายก้อนละ
8 บาท ส่วนอิฐใช้ก่อถังเก็บน้ำ จำหน่ายก้อนละ
12 บาท โดยมีต้นทุนการผลิตตั้งแต่ 4 บาท
ถึง 6 บาท ตามลำดับ ความจริงที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อยยังมีเรื่องราวการดำเนินชีวิตที่น่าทึ่งของชุมชนที่พึ่งพาธรรมชาติอีกหลายประการ
การนำเรื่องมาบอกกล่าวเพียงครั้งเดียว ไม่สามารถนำเสนอให้หมดได้
เพราะยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตรอื่นอีกหลายชนิด
แต่กระบวนการผลิตทั้งหมดของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อยมีจุดประสงค์เพียงทำเพื่อขาย
หารายได้ให้แก่คนในชุมชน ไม่ต้องทิ้งถิ่นที่อยู่ไปขายแรงงานในเมือง
ไม่ใช่ทำขึ้นเพื่อการค้า ผู้ที่ต้องการความรู้จากกระบวนการผลิตที่เป็นประโยชน์เหล่านี้
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อย
หรืออีกในชื่อคือ มูลนิธิผู้ด้อยโอกาสศูนย์พลาญข่อย
หมายเลขโทรศัพท์ (07) 247-8457 |
การก่อสร้างและตรวจตามขั้นตอนก่อสร้างจะมีดังนี้
1. การวางผัง
การวางผัง คือการกำหนดวางตัวบ้าน ว่าจะอยู่ที่ตำแหน่งไหน
ในที่ดินของเรา ส่วนใหญ่จะกำหนดในแบบแล้วแต่แรก
เมื่อตีผังโดยใช้ไม้แบบรอบบริเวณที่จะก่อสร้างแล้วก็จะกำหนดจุดฐานราก
และเสาเข็มเพื่อตอกเข็ม บางพื้นที่ดินแข็งๆก็ไม่จำเป็นต้องตอกเข็ม
จะทำฐานรากเลย ปัญหาในการวางผัง อาจมีการคลาดเคลื่อน
หรือมีอุปสรรคเช่นต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างเดิมใต้ดิน
เป็นต้น
2. การตอกเข็ม
การตอกเข็มปัจจุบันมี 2 อย่างคือเข็มตอก แบบดั้งเดิม
และเข็มเจาะ ในกรณีที่พื้นที่จำกัด สถานที่ก่อสร้างอยู่ชิดติดสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
จะตอกเข็มไม่สะดวก หรือเมื่อตอกลงไปแล้ว จะไปกระทบกระเทือนเขา
ทำให้พังเสียหายทะเลาะกันวุ่นวาย หรือบางรายก็ถึงกับฟ้องศาลกันเลยก็มีบ่อย
การตรวจดูคือ ตรวจดูเสาเข็มก่อนว่าสภาพดี มีมาตรฐานหรือไม่
ไม่บิดงอ แตกร้าว ไม่ใช่ตอกไปแล้วหักคาที่ การตอกก็มีหลักคือตอกให้ตรง
ไม่เอียงซ้ายเอียงขวา ตอกลงไปแล้วแน่นดี ไม่ใช่ตอกปุ๊บหายลงไปในดินปั๊บ
นั่นแสดงว่าดินมันอ่อนไป ไม่รับน้ำหนัก เพราะหน้าที่ของเสาเข็ม
คือรับน้ำหนักทั้งหมดของตัวบ้าน บ้านจะทรุดไม่ทรุดก็อยู่ตรงนี้แหละ
ตอกให้ได้ครบจำนวน หรือถ้าหักก็ต้องตอกเสริมให้ครบตามที่วิศวกรระบุ
3. การทำฐานราก
ต้องขุดดินออกจากก้นหลุมให้ใหญ่กว่าฐานรากที่จะทำ
ถ้ามีน้ำก็ต้องสูบน้ำออกก่อน ระดับความลึกคือวางอยู่บนหัวเสาเข็มพอดี
และเททรายและคอนกรีตหยาบ รองพื้นก่อนที่ตั้งแบบไม้
และวางเหล็ก เหล็กเสาตอม่อก็ต้องตั้งตรงได้ดิ่งกับพื้น
4. งานคอนกรีตทั่วไป
คือส่วนที่เป็นโครงสร้างทั้งหมดของอาคาร เช่น
เสา คาน พื้น ที่เขียนย่อในแบบว่า ค.ส.ล. นั้นย่อมาจาก
คอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นส่วนประกอบหลักที่ให้ความแข็งแรงกับโครงสร้าง
คือคอนกรีตและเหล็กเสริม คอนกรีตอย่างเดียวก็จะแข็งแต่ไม่เหนียว
เหล็กอย่างเดียวเหนียวแต่งอได้ จึงต้องใช้มาผสมกัน
เพิ่งดูข่าวน้ำท่วม ตจว.ไปหยกๆ เห็นน้ำท่วมผ่านถนนขาด
รถวิ่งมาถนนพังตกน้ำลงไปทั้งคัน ชาวบ้านมายืนชี้ให้ดูรอยหักของถนน
ปรากฏว่าไม่มีเหล็กเสริม มันถึงหักตกน้ำไปได้ง่ายๆ
โกงกันหน้าด้านๆเลยนิ
ส่วนคอนกรีตนั้น ถ้าสั่งแบบสำเร็จรูปมาเป็นคันรถเทเลยก็จะได้มาตรฐานดีมาก
แต่ถ้าผสมเองต้องดูเขาหน่อย เพราะคอนกรีต ประกอบด้วย
ปูนซีเมนต์ ทราย และหิน เป็นสัดส่วนกัน คือ 1:2:4
แล้วก็ต้องผสมน้ำพอประมาณ ไม่เหลวไป ข้นไป และน้ำที่ใช้ต้องเป็นน้ำสะอาดด้วย
จะให้ช่างมักง่าย บางทีตักเอาน้ำคลองข้างบ้านมาผสม
ขุ่นคลั่กเลย ใช้ไม่ได้ คอนกรีตถ้าผสมเหนียวไปก็เทไม่ค่อยลงเต็มแบบไม้
ต้องมีอุปกรณ์เขย่าคอนกรีตให้อัดตัวแน่น เต็ม
พอถอดแบบออกมาแล้วสวยเนียน ไม่เว้าแหว่งเป็นรูโพลง
5. การตั้งไม้แบบ
การเทส่วนโครงสร้างทั้งหมด จะต้องตั้งไม้แบบก่อน
เพื่อวางเหล็กเสริม อันนี้ต้องดูให้ดีเพราะช่างมักทำไม่เรียบร้อยเสมอ
ตั้งเสาไม่ตรงไม่ได้ดิ่ง หรือบางทีตั้งคานเอียงไม่ได้ระดับ
พอหล่อมาแล้ว ดีไม่ดี เขาไม่ค่อยยอมทุบยอมทำใหม่นะ
เพราะทุบรื้อทีก็เสียของ (ที่จริงมันของของเรา)
6. งานผูกเหล็ก
เหล็กเสริมมันก็มีขนาดเส้นใหญ่เล็กต่างกันไปเรียกตามความเล็กใหญ่ว่า
มิล ตามมาตราเมตริกที่ specในแบบ แต่ช่างจะชอบเรียกเป็นหุน
แบบเก่า คือหน่วยเป็นนิ้ว 1 นิ้วมี 8 หุน เหล็กเล็กก็มักจะใช้ทำเหล็กปลอก
ส่วนเหล็กใหญ่ก็เสริมเป็นเหล็กยืนเสริมเสาคานเสริม
เหล็กเสริมก็ดูซักหน่อยว่าได้เหล็กเต็มตาขนาด
(จะดูยากสักหน่อย) ไม่เป็นสนิม ดัดตรงดี เหล็กปลอก
ซึ่งควรมีระยะห่างเท่าๆกันไม่ใช่ถี่บ้างห่างบ้าง
แต่บางจุดที่จะเน้นความแข็งแรง วิศวกรก็จะเสริมพิเศษให้ถี่ขึ้นอีก
เสร็จแล้วก็จะใช้ลวดผูกเหล็กผูกเหล็กยืนและเหล็กปลอกเข้าด้วยกันทุกๆจุดที่เหล็กทาบกัน
จึงจะเรียบร้อย แข็งแรงพร้อมเทคอนกรีต ไม่แอ่นโค้งไปมา
7. การบ่มคอนกรีตและถอดแบบ
เมื่อเทคอนกรีตเสร็จแล้ว ต้องรอคอนกรีตแห้งก่อน
เพราะคอนกรีตยิ่งแห้งยิ่งมีกำลังรับน้ำหนักได้ดี
คงเคยเห็นข่าวตึกถล่มตอนก่อสร้างบ่อยๆ เพราะช่างมันรีบเกินไป
คอนกรีตยังไม่แห้ง ไม Set ตัว ก็ถอดแบบ ตั้งแบบชั้นบนๆขึ้นไปอีก
เมื่อคอนกรีตยังรับน้ำหนักไม่ได้เต็มที่ ก็พังลงมาก่อนแน่นอน
การบ่มคือเอากระสอบป่านชุบน้ำคลุมไว้
หรือใช้แผ่นพลาสติกห่อคล้ายๆที่เราใช้ Wrap ห่ออาหาร
จะทำให้คอนกรีตค่อยๆแห้งและได้กำลังรับสูง แต่ช่างไม่ชอบ
เพราะเสียเวลา งานช้าเปลืองค่าแรงลูกน้อง
8. งานไม้
งานไม้แบ่งเป็น 2 ประเภท คืองานโครงสร้างภายใน
และส่วนประกอบภายนอก โครงสร้างภายในเช่นโครงเคร่า
ฝ้าเพดาน โครงฝา ควรทาน้ำยากันปลวก มอดเสียก่อนที่จะกรุ
ส่วนระบบที่วางท่อน้ำยากันปลวกตามโครงสร้างอาคารนั้น
เท่าที่เห็นมันไม่ค่อย Work เท่าไหร่ แค่สร้างความมั่นใจเท่านั้น
กันปลวกจริงๆไม่ค่อยได้ (นี่ไปขัดทางทำมาหากินของใครเข้ามั่งไม่รู้)
เพราะการวางท่อนั้นไม่สามารถกำหนดตำแหน่งให้น้ำยามันฉีดไปได้ทั่วทุกส่วน
แล้วปลวกนี่ก็ฉลาดคล้ายแมลงสาบนะครับ กำจัดยากจริงๆ
ทางที่ดีคือต้องหมั่นตรวจตราบ้านเราอยู่เสมอ เหมือนเช็คสุขภาพผู้สูงอายุนั่นแหละ
เวลาปลวกมันขึ้นมันจะมีทาง มีรอย การเสียเงินจ้างคนกำจัดปลวกคอยดูตามระยะเวลาก็จะดีกว่า
(ตามความเห็นของผมนะ) แต่ก็ต้องเลือกบริษัทที่รับผิดชอบดีด้วย
พวกที่วางท่อไว้ ก็เห็นต้องมาเรียกใช้บริการพวกนี้อยู่ดี
ส่วนประกอบอื่นภายนอก ได้แก่ไม้เชิงชาย
ระแนงฝ้าเพดาน พวกนี้เป็นส่วนโชว์ ไม่หลบซ่อนตัวเหมือนพวกโครงต่างๆ
จึงต้องมีการใสขัดผิวให้เรียบ ไม่เป็นเสี้ยน การให้ช่างสั่งโรงไม้ใสมาให้เราเลยก็สะดวกและได้มาตรฐานดี
แต่จะได้ไม้มาไม่เต็มเพราะเครื่องใสออกไปแล้ว
แต่ก็ดีกว่าให้ช่างมานั่งใสในที่ ซึ่งควรจะเป็นการขัดละเอียดก่อนลงสี
ลงน้ำยามากกว่า ยิ่งเฉพาะบันใดด้วยแล้ว เราจะต้องสัมผัสใกล้ชิด
นี่ต้องให้เนียนกว่าเพื่อน
ส่วนเคร่าฝ้าปัจจุบัน นิยมใช้ยิบซั่มกันมากกว่าไม้
เพราะราคาถูกกว่า แล้วค่อยไปว่าเรื่องยิบซั่มอีกทีหลัง
9. งานก่ออิฐ
ส่วนใหญ่คือการก่ออิฐผนังและแผงกำแพง ที่นิยมที่สุดคืออิฐมอญและคอนกรีตบล็อก
การก่ออิฐผนังจะต้องมีเหล็กเสริมหนวดกุ้งเสริมยื่นออกมาจากเสาเตรียมไว้แล้ว
เพื่อยึดผนังกับเสาให้แข็งแรง ก่อนก่ออิฐต้องเอาอิฐไปแช่น้ำให้อิ่มน้ำก่อน
แล้วจึงนำมาใช้ ไม่งั้นอิฐที่แห้งจะดูดน้ำจากปูนก่อจนปูนก่อแห้งไป
ไม่ยึดติดอิฐก่อ จะหลุดร่วงได้ก่อนฉาบปูนด้วยซ้ำ
การก่ออิฐต้องเริ่มจากมุมเสาก่อนและขึงแนวกำแพงทั้งทางตั้ง
ทางนอนไว้เป็นระยะ เวลาก่อจะได้ไม่เลื้อยเป็นงู
ถ้าผนังยาวหรือ สูงมากจะต้องมีเอ็นค.ส.ล.เสริมยึดให้แข็งแรงด้วย
งานก่ออิฐเดี๋ยวนี้ไม่ใช่กำแพงอิฐล้วนๆอย่างเดียว
แต่ยังฝังงานระบบสารพัดอย่างลงไปด้วย เช่นระบบน้ำ
ระบบไฟ ต้องให้ช่างประสานงานและเว้นงานให้สัมพันธ์กัน
ไม่อย่างนั้น เวลาจะมาวางระบบต้องรื้อต้องเจาะกันอยู่เรื่อย
กำแพงที่ก่อไว้แล้วก็อาจเสียหาย หรือไม่แข็งแรง
การเสริมเอ็นค.ส.ล.ตามแนวผนัง
หรือล้อมรอบวงกบประตูหน้าต่าง
10.งานฉาบปูน
ก่อนการฉาบปูนต้องทำการจับเซี้ยม ตามระดับขอบเสา
มุม ผนังเสียก่อนเพื่อความเรียบร้อย และได้ดิ่ง
ได้ฉาก ก่อนฉาบก็ต้องรดน้ำผนังก่ออิฐให้ชุ่มเสียก่อนเช่นเดียวกัน
จะช่วยไม่ให้ผนังแตกร้าวเพราะอิฐดูดน้ำไปจากปูนฉาบ
ส่วนผนังภายนอกที่โดนแดดมากๆ ก็ต้องให้น้ำกันหน่อย
รดน้ำซะ 3 วัน จะได้ไม่แตกลายงาภายหลัง เพราะปูนมันแห้งเร็วกว่าปกติ
แล้วอย่าลืมวางระบบต่างๆเสียให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องมาสะกัดอีกภายหลัง
เพราะไม่ว่าการฉาบปูนซ่อมใหม่จะทำได้เรียบร้อยปานใด
ก็ยังมีร่องรอยอยู่ดี เพราะปูนทำกันคนละที ไม่สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน
การทาสีอาจกลบไม่หมด ต้องติด Wallpaper แทน เสียเงินมากขึ้นไปอีก
การฉาบปูนผนังห้องน้ำต้องทำผิวให้หยาบเพื่อปูกระเบื้องเคลือบ
การฉาบปูนภายนอก ควรตั้งนั่งร้านให้แข็งแรง
การทำงานจะง่าย เร็ว และปลอดภัย และได้งานที่ดี
ถ้านั่งร้านไม่แข็งแรง เกิดอุบัติเหตุ ก็จะมีผลกระทบกับงาน
ที่จริงผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
แต่บางทีก็มั่ว หรือหาเหตุที่มากระทบเรา เข้าจนได้
11. การติดตั้งวงกบ
ประตู หน้าต่าง
การติดตั้งวงกบประตูหน้าต่างถ้าไม่ยึดติดกับเสา
จะต้องทำเอ็นค.ส.ล.ทุกด้านเพื่อความแข็งแรง และต้องให้ได้ดิ่งเสมอ
เวลาใช้งานนานๆ จะได้ไม่แตกร้าวที่มุมประตู ถ้าวงกบใช้ไม้ดีๆสวยๆก็ควรทาน้ำมันเคลือบผิวไว้ก่อน
จะได้ไม่เปื้อนน้ำปูน เวลามาลงชเลคภายหลังก็จะสวย
ไม่มีรอยปูนเปื้อนให้หงุดหงิด เพราะมันล้างไม่ออก
การติดตั้งบานประตูหน้าต่าง ต้องใสแต่งขอบบานให้เรียบร้อยให้หลวมๆนิดหน่อย
เผื่อความหนาสำหรับวัสดุทาผิวด้วย ไม่งั้นตอนใส่บานมันเปิดง่ายดี
แต่พอทาสีไปแล้วทำไมมันฝืดจัง
บานประตูถ้าเป็นไม้อัดจะต้องดูด้วยว่าใช้ภายในหรือภายนอก
เพราะคุณสมบัติและราคามันผิดกัน ถ้าเอาของภายในไปใช้ภายนอก
ไม่นานก็บวม อย่าเชื่อช่างหรือขี้เหนียวเกิน
การใช้บานพับติดตั้งก็ต้องดูด้วยว่า ติดตั้งกับบานอะไร
คือต้องใช้ขนาดให้เหมาะสมกับน้ำหนักของบานนั้นๆ
บานใหญ่ หนัก ก็ต้องใช้บานพับใหญ่ตามกัน ถ้าบานพับเล็กไป
ไม่นานบานจะตกเอียงปิดไม่เข้า เดือดร้อนภายหลังจะหาช่างมาเปลี่ยนก็ยาก
เพราะงานเล็กๆ ช่างไม่ชอบทำ ถึงแม้เราคิดว่าเราจ่ายกะตังค์จ้าง
แต่อย่าลืมว่าช่างเขาก็หางานที่ทำง่าย เสร็จเร็ว
รายได้ดีกว่า เสมอ
12. งานหลังคา
งานหลังคา แบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนโครงหลังคา
และส่วนวัสดุมุงหลังคา
งานโครงหลังคา แต่ก่อนก็ใช้กันแต่โครงไม้ เดี๋ยวนี้หันมาใช้โครงเหล็กกันหมดแล้ว
ส่วนโครงสร้างหลัก บางทีก็เป็น ค.ส.ล. บางทีก็เป็นเหล็กหมด
ตั้งแต่คานอะเสขึ้นไป เพราะเดี๋ยวนี้ สร้างง่าย
ราคาถูกกว่าอย่างอื่น ถ้าได้ช่างดีๆก็จะเรียบร้อยมาก
ช่างเหล็กเดี๋ยวนี้อาจแยกงานเป็นช่างคนละชุดกับช่างอื่น
เพราะความชำนาญงานไม่เหมือนกัน แต่เอาช่างเหล็กมาเป็นช่างไม้ไม่ได้
วิธีการมันยากกว่าเยอะ ค่าตัวก็แพงกว่ากัน
โครงหลังคา ถ้ายังใช้ไม้อยู่ก็อย่าลืมทาน้ำยากันปลวก
ทาหลายเที่ยวยิ่งดี ปลวกมันทำงาน 24 ชั่วโมงนะ
ส่วนโครงสร้างก็ดูระยะความห่าง แป จันทัน ให้สม่ำเสมอ
สำคัญที่ระนาบของหลังคาคือต้องตรงเรียบเสมอกันหมด
ห้ามแอ่น ห้ามแบะ เพราะจะทำให้เวลามุงกระเบื้องไม่สนิท
น้ำจะเข้าได้
งานมุงกระเบื้อง ขึ้นอยู่กับชนิดกระเบื้อง
ว่าเป็นแบบไหน แผ่นใหญ่หรือเล็ก หนาหรือบาง ถ้าหลังคาชันๆก็เลือกใช้กระเบื้องแผ่นเล็กๆได้
หลักที่ต้องจำคือการมุงต้องดูทิศทางลมด้วย คือต้องมุงย้อนทางลม
เพื่อให้การซ้อนทับของกระเบื้องไม่รับทางลม เพราะลมที่แรงจะดันน้ำให้ย้อนเข้าทางร่องแผ่นกระเบื้องที่มุงไม่แนบสนิทกันได้
แนวกระเบื้องทางตั้ง ต้องให้ได้แนวตรงไม่โค้งบิด
หรือเลื้อย เพราะทำให้กระเบื้องไม่แนบสนิทกัน
ส่วนจะใช้ฉนวนกันความร้อนด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณ
จะใช้หรือไม่ก็ได้ เพราะตัวฉนวนนั้นมีประสิทธิภาพกันความร้อนได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น
สู้การทำการระบายความร้อนในช่องหลังคาให้สะดวกไม่ได้
13. งานฝ้าเพดาน
ยังมีการใช้โครงไม้อยู่ เพราะแข็งแรงทนทานกว่าโครงเหล็กชุบสังกะสีกับยิบซั่ม
และออกแบบได้หลากหลายกว่ากัน งานไม้จะเรียบร้อยกว่า
ถ้าใช้ยิบซั่มต้องกำชับดูแลให้ดีกว่าการยึดลวดแขวนโครงเหล็กแข็งแรงแน่นหนา
ยึดกับโครงสร้างใหญ่ๆที่รับน้ำหนักได้ดี เพราะตอนแขวนโครงมันก็เสมอดี
แต่พอวางแผ่นยิบซั่มลงไปแล้ว มันแอ่นไปแอ่นมาเป็นลอนๆ
เป็นคลื่นเชียว โดยเฉพาะแบบ T-Bar ถ้าเป็นแบบฉาบเรียบก็จะเรียบร้อย
แข็งแรงกว่า แต่ก็ดูให้เขายิงตะปูเกลียวถี่ๆหน่อย
เพราะในระยะยาวถ้าแผ่นยิบซั่มเริ่มเสื่อมสภาพการยึดเกาะจะน้อยลง
อาจจะหลุดหล่นลงมาทั้งแผ่นได้ ตะปูเกลียวถี่ๆจะรับน้ำหนักได้ดีกว่า
รอยต่อก็ควรทำให้เรียบร้อย ถ้ามีบัวเพดานปิดได้ก็ยิ่งดี
14. งานติดตั้งประปา
สุขภัณฑ์
ท่อประปา ท่อน้ำทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเหล็กชุบสังกะสี
หรือท่อ PVC เน้นดูที่การติดตั้งข้อต่อต่างๆให้แข็งแรง
น้ำยาทาให้ทั่วกันรั่วซึม ท่อแต่ละแนว แต่ละเลี้ยว
ต้องมีอุปกรณ์ยึดเกาะให้แน่นหนาแข็งแรง ลองเขย่าดูไม่สั่นเป็นใช้ได้
ที่สำคัญเมื่อติดตั้งระบบท่อทั้งหมดแล้ว ก่อนติดตั้งงานอื่นๆต่อ
ต้องทดลองแรงดันน้ำด้วยว่าไม่มีส่วนใดรั่วซึม
จึงทำการฉาบปูน ปิดทับ ฝังท่อได้ ตำแหน่งของสุขภัณฑ์ต่างๆ
ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าท่อที่วางไว้ มีระยะตรงกับรุ่นที่ซื้อมาหรือไม่
(ควรจัดซื้อสุขภัณฑ์ไว้ก่อนเลย) เพราะต่างยี่ห้อ
ต่างรุ่น ระยะและการติดตั้งจะไม่เหมือนกัน แล้วจึงปูกระเบื้องให้เรียบร้อยก่อนติดตั้งสุขภัณฑ์
แล้วก็ทดลองระบบน้ำอีกครั้งว่ามีรั่วซึมหรือไม่
เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
15. การติดตั้งไฟฟ้า
ไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สุดในปัจจุบัน
แต่อันตรายจากไฟฟ้าก็ยังมากเหมือนเดิม การก่อสร้างที่ทำไม่ดี
เป็นสาเหตุให้ไฟไหม้มาเยอะแล้วหลังจากการก่อสร้างเสร็จใหม่ๆ
การติดตั้งและใช้วัสดุต้องเลือกใช้ที่มีมาตรฐานดี
อย่าเลือกซื้อของที่ราคาถูกอย่างเดียว การติดตั้งเดินสายถ้าร้อยท่อได้ควรจะทำ
แพงกว่าหน่อยแต่ปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สิน
โดยเฉพาะส่วนที่ลึกลับ ซอกซอย ที่พวกหนูแมลงจะเข้าถึง
หรือยึดเป็นบ้านของมันบ้าง ต้องร้อยท่อให้หมด
อย่าเดินลอย ให้มันแทะเล่นเป็นอันขาด ไฟจะช็อตเอา
ไฟไหม้ที่ไหนทุกครั้งเขาก็จะโทษว่าไฟฟ้าลัดวงจร
ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง
สายไฟที่ต่อเชื่อมพันกันต้องพันเทปให้เรียบร้อยแน่นหนา
เมื่อเสร็จแล้วก็ทดสอบการใช้งานให้เรียบร้อยทุกจุด
เครื่องมือพวกตัดไฟ กันไฟดูดทั้งหลายศึกษาและเลือกใช้ได้ก็ดี
กันไว้อีกชั้นหนึ่ง ที่สำคัญช่างที่จัดระบบไฟ
ดูว่าเขาเก่งหรือเปล่า หลอกถามไปเรื่อยๆก็ได้
ถามโน่น ถามนี่ ถ้าเก่งเขาก็ตอบได้หมด ถ้าไม่เก่งจะเป็นพวกข้ามขั้น
ครูพักลักจำไปเล่นตลกได้ แต่มาเป็นช่างไฟไม่ได้
พลาดพลั้งขึ้นมาถึงชีวิตเชียว โดยเฉพาะเรื่องสายดินที่ต้องมีติดตั้งกับอุปกรณ์สำคัญที่เขามีสายดินสีเขียวๆโผล่มาด้วย
ต้องติดตั้งให้ครบ ที่ดูดคนตายมาเยอะแล้วก็เครื่องทำน้ำร้อนในห้องน้ำนี่แหละ
อันตรายที่สุด
16. งานระบบน้ำเสีย
ระบบระบายน้ำ
บ่อเกรอะ บ่อซึม จะใช้ระบบโบราณคือใช้บ่อซีเมนต์สำเร็จรูปหรือก่ออิฐก็ได้
ถ้ามีพื้นที่ หรือระดับน้ำใต้ดินไม่สูง (สังเกตุดูตอนขุดดินทำฐานรากนะครับ
ว่าขุดถึงระดับไหมน้ำจะซึมขึ้นมา) ก็จะใช้ได้ดี
ไม่เปลือง แต่ถ้าเป็นพื้นที่ ที่น้ำใต้ดินสูง
หรือที่แคบๆในกรุงเทพฯ พื้นที่ไม่อำนวยก็ต้องใช้แบบถังบำบัดสมัยใหม่
เสียตังค์แพงหน่อย ต่อจากบ่อดักบ่อพักแล้ว ก็จะเข้าท่อระบาย
ให้วางบ่อพักไม่เกินระยะ 4 เมตรต่อ 1 บ่อและทำระดับเอียงลาดมากๆหน่อย
จะได้ไม่อุดตันบ่อย และสามารถเปิดตัก ทำความสะอาดสิ่งอุดตันได้
การวางท่อน้ำทิ้งและบ่อพัก ให้ช่างพยายามบดอัดดินที่รองรับแนวท่อให้แน่น
จะได้ไม่ทรุดง่าย พังเร็ว
17. งานปูวัสดุผิวพื้นและผนัง
วัสดุตกแต่งพื้นผิวมีหลายชนิด ติดตั้งกับส่วนพื้น
และผนัง ได้หลายชนิดเช่นกัน
ส่วนพื้น ก่อนปูกระเบื้องหรือไม้ปาร์เก้
ต้องปรับระดับพื้นผิวให้เรียบสม่ำเสมอ ไม่เป็นแอ่ง
เป็นลอน แล้วทำความสะอาดพื้นผิว ไม่ให้มีฝุ่นผง
เศษวัสดุ การปูกระเบื้องก็ต้องตั้งปุ่มระดับก่อนและตั้งแนวกระเบื้องทั้ง
2 ทาง ทางตรงและขวาง เลือกปูจากด้านที่เห็นชัดเจนก่อน
เมื่อไปจบอีกด้านหนึ่งกระเบื้องอาจจะเหลือเศษ
ต้องตัดออก ซึ่งจะไม่เรียบร้อย ก็หลบไว้ด้านที่ไม่สำคัญ
อย่าลืมแช่กระเบื้องให้อมน้ำก่อน เหมือนก่ออิฐนั่นแหละ
แนวกระเบื้องถ้ากระเบื้องดีก็สามารถปูได้เกือบชิด
แต่ถ้าอยากเว้นร่องก็ไม่ควรให้ห่างจนเกินไป ทำความสะอาดยาก
เมื่อยาแนวเรียบร้อยแล้วปล่อยให้แห้งสนิทก่อน
อย่าให้ใครไปเดินเหยียบ จะทรุดหรือหลุดได้
การปูไม้ปาร์เก้ ก็ลักษณะเดียวกัน
แต่เมื่อปูเสร็จแล้วก็ต้องอุด โป้ว รูร่องต่างๆที่มีอยู่ให้เรียบร้อย
แล้วทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิทเสียก่อน อย่างต่ำสัก
1 อาทิตย์ ถ้ามากกว่านั้นได้ก็ดี การขัดให้เรียบต้องใช้ฝีมือช่างพอสมควร
กำชับช่างหน่อย เพราะต้องสม่ำเสมอทั่วกัน การขัดส่วนพื้นที่ใหญ่ๆจะใช้เครื่องตัวโต
ส่วนซอกซอยที่เครื่องใหญ่เข้าไม่ถึง ก็จะใช้เครื่องเล็กๆมาเก็บงานอีกทีหนึ่ง
ที่ให้กำชับเป็นพิเศษเพราะไม้ปาร์เก้นั้น ถ้าขัดไม่ดี
ไม่สม่ำเสมอ ลึกเป็นรอย เป็นแอ่งแล้วแก้ยาก เอาผิวไม้ปะกลับไปไม่ได้
ก็ต้องขัดลึกลงไปเรื่อยๆ ยิ่งลึกก็ยิ่งไม่เสมอ
แต่ที่เห็นตามบ้านจัดสรร ระดับดี หลายแห่งขัดน้อยไป
ผิวยังไม่ทันเรียบเสมอเลย ทาเคลือบผิวซะแล้ว ก่อนทาเคลือบจะตรวจงานยากสักหน่อย
เพราะมองยาก แต่ตอนที่ทาเคลือบแล้ว เวลาเรามองเอียงๆจะเห็นชัดเจน
การปูพรมหรือกระเบื้องยาง ก็หลักการเดียวกัน ต้องปรับระดับให้เรียบก่อน
และทำความสะอาดพื้นผิว ก่อนปู
18. งานสี
ก่อนทา ตรวจสอบดูสีที่จะใช้ก่อน ว่าถูก Spec หรือไม่
ที่สำคัญใช้สีตามคุณสมบัติ คือสีที่ระบุสำหรับทาภายใน
ภายนอก อย่าใช้สลับกัน สีทาภายใน ห้ามมาทาภายนอกเด็ดขาด
การเลือกสี ถ้าเลือกยี่ห้อไหนก็ต้องเอาแคทตาล็อคของยี่ห้อนั้น
เพราะโทนสีแต่ละโรงงานไม่เหมือนกัน ถ้าไม่มีก็ควรมาเทียบกันดูก่อนว่าใกล้เคียงกันไหม
รับได้ไหม แล้วค่อยซื้อ ถ้าเลือกใช้สีตามเบอร์ของโรงงานได้ก็จะดี
อย่าให้ช่างผสมสีเอง เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเก่ง ผสมไม่เหมือน
บางทีผสมไม่พอ ทาหมดแล้วผสมใหม่ก็ไม่เหมือนกัน
ก่อนทาก็ต้องอุดโป้ว ทำความสะอาดผนัง ให้เรียบร้อยก่อน
และผนังต้องแห้งสนิท ชื้นเปียกไม่ได้ ฝนตกก็ไม่ควรทา
เมื่อทาแต่ละชั้นต้องรอให้ชั้นที่ทาแล้วแห้งดีก่อน
จึงทาทับ อย่างน้อย 2 เที่ยว ไม่ให้เห็นรอยแปรง
19. การเก็บกวาดทำความสะอาดสถานที่
เป็นอันว่าหมดขั้นตอน การก่อสร้างแต่เพียงนี้
เมื่อผู้รับเหมาเก็บข้าวของเครื่องมือเครื่องใช้ไปหมดแล้ว
ต้องให้เขาเก็บเศษวัสดุเหลือใช้ต่างๆ และขยะไปทิ้งให้ด้วย
และให้ทำความสะอาดอาคารทุกส่วนให้เรียบร้อยจึงตรวจรับงานได้
จ่ายตังค์ซะ วัสดุเหลือใช้บางอย่างเราเก็บไว้สำรองซ่อมแซมภายหลังก็ดี
เช่นกระเบื้อง สี เพราะถ้ามีปัญหาต้องซ่อมจะได้ไม่ต้องไปตระเวนหาของ
อย่างกระเบื้องนี่จะผลิตรุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ
รุ่นเก่าเลิกผลิต จะหาของยาก
20. การจ่ายเงิน
ข้อสุดท้ายนี่แถมนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับการก่อสร้าง
แต่มันเกี่ยวกับการบริหารผู้รับเหมา การจ่ายเงินควรแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ
จ่ายให้เขาตามเนื้องานที่ทำแล้วเสร็จ เมื่อเรารู้งวดงานละเอียดขนาดนี้แล้ว
ก็ควรประมาณราคาได้ว่าแต่ละงวด มันเป็นเงินเท่าไหร่
ก็เจรจาจ่ายไปตามผลงาน ช่างอาจมีเบิกล่วงหน้าบ้างแล้วแต่ตกลง
แต่ต้องเหลือเงินไว้งวดสุดท้ายก่อนงานจบเสมอ ถ้าเป็นผู้รับเหมาเขาจะต้องมีเงินหมุนเวียนบ้าง
แต่ถ้าเราจ้างช่างโดยตรงจะเสี่ยงหน่อย เพราะเบิกเงินแล้วหายหน้านี่
จะเจอบ่อย ทำงานแล้วไม่รับผิดชอบจนเสร็จงาน พอเจองานแก้
งานติดขัด จะออดอ้อนสารพัด ถ้าใจอ่อนให้ไปมาก
เพื่อนขนของหายไปเลยก็มี บางทีก็ไม่ขนของ ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าซะงั้น

เอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม
1.
การพัฒนาเครื่องจักรสำหรับผลิตคอนกรีตบล็อกในโรงงานอุตสาหกรรม
2.
การศึกษาและพัฒนาอิฐบล็อกจากกากตะกอนน้ำตาล
3.
การผลิตอิฐดินซีเมนต์จากวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม
4.
ตำนานบล็อกซีเมนต์ และบล็อกประสาน วว.
5.
วัสดุงานผนัง
6. องค์ความรู้ด้านวัสดุและกรรมวิธีการก่อสร้างสถาปัตยกรรม
7. วิธีตรวจงานก่อสร้างบ้าน
8. แนวทางและขั้นตอนการจัดทำแผนพัฒนาประจำปีขององค์การบริหารส่วนตำบล
งานวิจัย 1.
การเตรียมอิฐบล็อกมวลเบาจากแกลบขัดผิว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
2552 2.
แผนธุรกิจอิฐบล็อกประสาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
7 พฤษภาคม 2542
3. การศึกษาอิฐประกอบสำหรับปูพื้นภายนอกอาคารเพื่อลดอุณหภูมิ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น 28-29 มกราคม 2551

 |
|
อย่าดีใจกับความสำเร็จที่ผ่านมาในอดีต จงสร้างความสำเร็จใหม่
ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ ด้วยสติสัมปชัญญะแห่งตน
สิ่งดี ๆ ที่ทำปัจจุบัน ย่อมจะเป็นผลลัพธ์ที่เราน่าจะได้รับ
อย่างแน่นอนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือร้ายก็ตาม
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
(ท้องฟ้าที่บ้านครอบครัวสุวรรณคำ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
ภาพโดย อ.สุรีย์ ศิริพัฒน์)
|
|
 |
|
|
 |
E-book Exposes
ALL the Marketing Secrets!
The
Edge of Success: 9 Building Blocks
to Double Your Sales
March 10th, 2008 by Clate Mask,
President and CEO
Posted in: Company Info, Entrepreneur,
Small Business Management To download
your FREE copy of The Edge,
simply fill out the form below.
* กรอกแบบฟอร์มเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร
PDF สำหรับการพัฒนาธุรกิจของท่าน
|
|
This revolutionary e-book reveals
the techniques you need to simplify
your business and Double Your Sales!
If youve been in
business very long, you probably
know a few truths. 1)
Growing AND managing your company
is challenging. 2)
There always seems to be a better
way to do things. 3)
Success is not easy to come by,
but is worth the struggle!
If youve ever felt like your
company is sitting on the edge
of a breakthrough, if youve ever
felt like success was just out
of your grasp, if youve ever
wanted to take your business to
the next level, then,
The Edge of Success: 9
Building Blocks to Double Your
Sales
is the book for you! Inside, youll
discover the ultimate SECRET
small business owners must know.
Plus, youll learn: |

Clate Mask, CEO |
How to Master
every selling moment
Easy ways
to generate more leads
Techniques
for becoming a better salesman
What customers
really want from you
How to capitalize
on your existing customers (and still
have them love you)
And, so much
more! |
|
ค้นหาสูตรอาหาร เพื่อสุขภาพของท่านและสมาชิกในครอบครัว
ที่เว็บไซต์ ivillage.com ซึ่งมีสูตรอาหาร
(Recipes) หลากหลายชนิด ซึ่งท่านสามารถเลือกปรุงรสชาดได้
ตามความต้องการ เพื่อรักษาสุขภาพ
และความอร่อย |
เนื้ออบพริกหวาน |
ภัยจากโรคเครียด
ความเครียด สามารถเกิดได้ทุกแห่งทุกเวลาอาจจะเกิดจากสาเหตุภายนอกเช่น
การย้ายบ้าน การเปลี่ยนงาน ความเจ็บป่วย
การหย่าร้าง ภาวะว่างงานความสัมพันธ์กับเพื่อน
ครอบครัว หรืออาจจะเกิดจากภายในผู้ป่วยเอง
เช่นความต้องการเรียนดี ความต้องการเป็นหนึ่งหรือความเจ็บป่วย
ความเครียดเป็นระบบเตือนภัยของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
การมีความเครียดน้อยเกินไปและมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ
ส่วนใหญ่เข้าใจว่าความเครียดเป็นสิ่งไม่ดีมันก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ
ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง
มือเท้าเย็น แต่ความเครียดก็มีส่วนดีเช่น
ความตื่นเต้นความท้าทายและความสนุก
สรุปแล้วความเครียดคือสิ่งที่มาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตซึ่งมี่ทั้งผลดีและผลเสีย
เมื่อมีอาการเครียด ให้ท่านปฏิบัติตามคำแนะนำ
8 ประการ
1.ให้นอนเป็นเวลาและตื่นเป็นเวลา
เวลาที่เหมาะสมสำหรับการนอนคือเวลา
22.00น.เมื่อภาวะเครียดมากจะทำให้ความสามารถในการกำหนดเวลาของชีวิต(
Body Clock) เสียไป ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับหรือตื่นง่าย
การกำหนดเวลาหลับและเวลาตื่นจะทำให้นาฬิกาชีวิตเริ่มทำงาน
และเมื่อความเครียดลดลง ก็สามารถที่จะหลับได้เหมือนปกติ
ในการปรับตัวใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์
บางครั้งเมื่อไปนอนแล้วไม่หลับเป็นเวลา
45 นาที ให้หาหนังสือเบาๆมาอ่าน เมื่อง่วงก็ไปหลับ
ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือให้ร่างกายได้รับแสงแดดยามเช้า
เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายปรับเวลา
2.หากเกิดอาการดังกล่าวต้องจัดเวลาให้ร่างกายได้พัก
เช่นอาจจะไปพักร้อน หรืออาจจะจัดวาระงาน
งานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วนก็ให้หยุดไม่ต้องทำ
3.ให้เวลากับครอบครัวในวันหยุด อาจจะไปพักผ่อนหรือรับประทานอาหารนอกบ้าน
4.ให้เลื่อนการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆในช่วงนี้
เช่นการซื้อรถใหม่ การเปลี่ยนบ้านใหม่
การเปลี่ยนงาน เพราะการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดความเครียด
5.หากคุณเป็นคนที่ชอบทำงานหรือชอบเรียนให้ลดเวลาลงเหลือไม่เกิน
40 ชม.สัปดาห์
6.การรับประทานอาหารให้รับประทานผักให้มากเพราะจะทำให้สมองสร้าง
serotonin เพิ่มสารตัวนี้จะช่วยลดความเครียด
และควรจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่เพียงพอ
7.หยุดยาคลายเครียด และยาแก้โรคซึมเศร้า
8.ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และอาจจะมีการเต้นรำด้วยก็ดี

Source:
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
|
การฝึกสมาธิขั้นพื้นฐาน
สมาธิ คือ การที่มีใจตั้งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งอย่างแน่วแน่
กล่าวในภาษาชาวบ้านก็คือ การมีใจจดจ่ออยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ไม่ฟุ้งซ่านนั่นเอง การทำสมาธิแบบนี้ไม่ได้เน้นการเข้าถึงนิพพาน
หรือความสิ้นไปของอาสวะ แต่ก็เป็นพื้นฐานที่ดีหากต้องการปฏิบัติต่อไปในขั้นสูง
หากแต่มีประโยชน์ที่เห็นได้ทันทีก็ได้จากในชีวิตประจำวัน
ทำให้เรามีจิตใจผ่องใส ประกอบกิจการงานได้ราบรื่นและคิดอะไรก็รวดเร็วทะลุปรุโปร่ง
เพราะว่าระดับจิตใจได้ถูกฝึกมาให้มีความนิ่งดีแล้ว
ก็จะทำได้ดี และได้เร็วกว่าคนปกติ
ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกสมาธิมาก่อน
การฝึกอานาปานสติ
อานาปานสติ หมายถึง
สติที่กำหนดอยู่ที่ลมหายใจเข้า-ออก
ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งในการฝึกสมาธิขั้นสูง
โดยมีหลักการดังนี้
๑. นั่งขัดสมาธิ ตั้งตัวตรง จะหลับตาหรือลืมตาก็ได้
๒. บังคับลมหายใจให้เบาและยาวอย่างสม่ำเสมอ
๓. ตั้งสติกำหนดอยู่ที่ลมหายใจมากระทบบริเวณจมูกตลอดเวลา
๔. พยายามระวังตัวอยู่เสมอ อย่าให้นิวรณ์และความคิดต่างๆเกิดขึ้นมา
|
|
|
สถานปฏิบัติธรรม "บ้านเตือนจิตต์"
98 หมู่ 13 ถนนวังกระทะ อ.ปากช่อง
จ.นครราชสีมา 30130 คุณโสภี เตือนจิตต์
โทรศัพท์ 081-730-4556 |
|
เชิญแวะและเยี่ยมชมสินค้าของเราได้ทุกเวลา

คุณมานะ สุวรรณคำ
เจ้าของกิจการ |
ที่ตั้งของกิจการ
Thai Soil Cement Blocks (TSCB) Company
60 หมู่ 2 ตำบลมิตรภาพ
อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 18180
โทรศัพท์สำนักงาน 036-341-590
โทรศัพท์มือถือ 09-140-2611, 08-117-45698
โทรสาร 036-341-590
อีเมล์ mana@suwannakam.com, mana_su@yahoo.com
| อดทน
ขยัน สร้างสรรค์ธุรกิจ |
|
|
|